Photoshop Basic
ความเป็นมาของโปรแกรม Photoshop
นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนชื่อ ธอมัส โนล (Thomas Knoll) ได้สร้างซอฟต์แวร์สำหรับทำภาพสีเฉดเทาขาวดำในชื่อ "ดิสเพลย์" (Display) ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนามาเป็นโฟโต้ชอปในปัจจุบัน บริษัทอะโดบีได้พัฒนาโฟโตชอปให้สามารถใช้งานกับไมโครซอฟท์วินโดวส์ได้ ในโฟโตชอปรุ่น 2.5 หลังจากที่พัฒนารุ่นแรกสำหรับเครื่องแมคอินทอชเท่านั้น และได้พัฒนาต่อเนื่องมาจนกระทั่งรุ่นปัจจุบัน รุ่น CS4 (เวอร์ชัน 11) ในปัจจุบัน
โครงสร้างหน้าตาโปรแกรม Photoshop

ภาพแสดงส่วนประกอบต่างๆของโปรแกรมโฟโต้ชอป
โปรแกรมประกอบด้วย
- Title bar หรือแถบชื่อเรื่อง เป็นตำแหน่งที่ใช้แสดงชื่อโปรแกรม ปิด/ย่อ/ขยาย หน้าต่าง
- Menu bar หรือแถบเมนู เป็นตำแหน่งแสดงคำสั่งต่าง ๆ
- Option bar เป็นตำแหน่งแสดงรายละเอียดของเครื่องมือ (Tools) ที่เลือกใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ถ้าเป็นเวอร์ชั่นที่เป็น CS ขึ้นไป จะมีการแบ่งกลุ่มและเพิ่มเติม Tool ใหม่เข้ามาคำสั่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบางส่วน
- Toolbox หรือกล่องเครื่องมือ เป็นที่เก็บรวมรวมเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในการสร้างและแก้ไขภาพ
- Document View เป็นหน้าต่างงานของเราที่กำลังทำงานอยู่ สังเกตด้านบนจะเห็นชื่อของไฟล์ และขนาดของภาพที่ถูกย่อหรือขยายอยู่
- Pallette เป็นหน้าต่างที่จัดวางคำสั่งเกี่ยวกับชิ้นงานที่เรากำลังทำ สามารถเพิ่มหรือลดได้ตามความต้องการ (สามารถเลือกได้จากเมนู window เลือกหน้าต่างที่ต้องการแสดงหรือไม่แสดง)
- แถบสถานะ เป็นตำแหน่งที่แสดงขนาดของไฟล์ และรายละเอียดการทำงานอื่นๆ
ความสามารถพื้นฐานของ Adobe Photoshop
- ตกแต่งหรือแก้ไขรูปภาพ
- ตัดต่อภาพบางส่วน (crop ภาพ)
- จัดการสีของภาพ เช่น เปลี่ยนแปลงสีของภาพ เปลี่ยนโหมดสีของภาพ เปลี่ยนค่าความลึกของสี
- เปลี่ยนชนิดของไฟล์ภาพ
- สามารถลากเส้น แบบฟรีสไตล์ หรือใส่รูปภาพ สี่เหลี่ยม วงกลม หรือสร้างภาพได้อย่างอิสระ
- มีการแบ่งชั้นของภาพเป็น Layer สามารถเคลื่อนย้ายภาพได้เป็นอิสระต่อกัน
- การทำ cloning ภาพ หรือการทำภาพซ้ำในรูปภาพเดียวกัน
- เพิ่มเติมข้อความ ใส่ effect ของข้อความได้
- Brush หรือแปรงทาสี ที่สามารถเลือกรูปแบบสำเร็จรูปในการสร้างภาพได้
เข้าใจเรื่องการออกแบบ
จะกล่าวว่าโปรแกรม Photoshop เป็นโปรแกรมประเภทครอบจักรวาลสำหรับงานออกแบบก็ว่าได้ เพราะเป็นโปรแกรมที่รองรับแทบจะทุกโปรไฟล์ของระบบกราฟิก ทำให้มือใหม่อาจจะสับสนในการตั้งค่าโปรไฟล์ของชิ้นงาน ว่าควรจะตั้งค่าอย่างไร
โหมดสี
การผสมสีที่เรารู้จักกันจะมีอยู่ 2 แบบ คือการผสมแบบ แม่สีแท้ หรือ การผสมสีแบบลบ และการผสมแสงสี หรือเรียกว่า การผสมสีแบบบวก ดังภาพ

ภาพแสดงการผสมสีแบบบวก

ภาพแสดงการผสมสีแบบลบ
ดังนั้นในการใช้งานเราจึงต้องคำนึงถึงรูปแบบของผลงานที่สร้างโดยโปรแกรม และเลือกโปรไฟล์ให้ถูกต้องเหมาะสมด้วย ในระบบคอมพิวเตอร์เราสามารถกแยกแยะโหมดสีออกเป็นประเภทต่างๆ ได้หลายประเภท ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้งานที่แตกต่างกันดังกล่าว นก่อนการเรียนรู้การแก้ไขภาพด้วย Photoshop จึงควรทำความเข้าใจเรื่อง mode สีให้ดีก่อน จะทำเรียนรู้และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โหมดสี RGB คืออะไร
ย่อมาจาก Red Green Blue แสงสีขาวจากธรรมชาติหรือแสงจากดวงอาทิยต์ เกิดจากการผสมสีของแม่สีสามสีคือ แดง เขียวและน้ำเงิน ซึ่งเหมือนกับสีที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งโหมดสี RGB นี้ เหมาะสำหรับการนำภาพไปเป็น ฟิล์มสไลด์/เนกาตีฟ เวลาใช้งานใน Photoshp ส่วนใหญ่เราจะใช้ Mode RGB ในการทำงาน ดังนั้นเวลาเข้าไปแก้ไขภาพและไม่สามารถทำงานบางอย่างได้ ให้ลองคลิกเข้าไปดูหัวข้อ Mode ปัจุจบันทีเราทำงานอยู่ อาจไม่ถูกต้องก็ได้ โดยโหมด RGB เหมาะกับงานที่ต้องการให้แสดงผลผ่านหน้าจอ มอนิเตอร์ เป็นหลักดังนั้น งานประเภทที่ต้องแสดงผลผ่านหน้าจอมอนิเตอร์ เช่น Website, Computer Graphic Animation, Video, Presentation เป็นต้น
โหมดสี CMYK คืออะไร
ย่อมาจาก Cyan Megenta Yellow Black เป็นลักษณะโหมดสีที่เหมาะสำหรับใช้ในงานสิ่งพิมพ์ ที่ต้องการความละเอียดสูง และได้สีที่ใกล้เคียงกับสีที่พิมพ์ลงบนกระดาษ หรือ วัสดุอื่นๆ ในโหมดสี CMYK สำหรับสิ่งพิมพ์เอง ก็มีการจัดโปรไฟล์ต่างๆแยกตามประเภทของงานพิมพ์ และมาตรฐานงานพิมพ์แบบต่างๆอีกเช่นกัน
โหมดสี Index คืออะไร
โหมดสีที่เหมาะสำหรับการทำภาพบน web โดยจะมีความละเอียดของสีจำกัด เช่น ไม่เกิน 256 สี โดยโปรแกรมจะแปลงภาพจากโหมดสีอื่นๆ มาเป็น Index โปรแกรมจะทำการตรวจสอบรหัสสีที่ได้นำมาเปรียบเทียบกับสีที่อยู่ใน index โดยถ้าค่าสีใดไม่มีจะถูกแปลงเป็นสีใกล้เคียงให้อัตโนมัติ เพื่อให้ภาพที่ได้มีสีสันที่ใกล้เคียงของเดิม และทำให้ไฟล์มีขนาดเล็กลงด้วย แต่อาจจะมีความเพี้ยนของสีสูง กรณีที่ภาพต้นฉบับมีการไล่ระดับสีค่อนข้างมาก ดังนั้นควรเลือกใช้ให้เหมาะสมด้วย
โหมดสีอื่นๆ
LAB Color
ใช้ในห้องทดลองด้านแสงสี เป็นการวัดค่าความยาวคลื่นของแสงที่ตามองเห็นโดยตรง ทำให้ได้ค่าที่มีความแม่นยำสูงมาก และมีช่วงสีที่กว้างมากจนสายตามนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ แต่ไม่นิยมใช้งานจริง เนื่องจากอุปกรณ์ในห้อง LAB มีราคาสูงกว่าจะใช้ในอุตสาหกรรมได้
โหมดขาวดำ (Grayscale)
โหมดนี้จะมีเพียงสองสีคือ สีขาวและสีดำแต่จะมีระดับความเข้มของสีดำ 255 ระดับ รวมกับสีขาวอีกหนึ่งสี ในโหมดนี้ก็จะมีเพียง 256 สี

โหมดสองสี (Duotone)
โหมดสีนี้จะคล้ายกับโหมดขาวดำ แต่จะเป็นการไล่ระดับสีจากแม่สี 2 สีตามที่เรากำหนด มักใช้ในงานออกแบบภาพพิมพ์ หรือลวดลายต่างๆ เช่น ลายผ้า ลายวอลเปเปอร์
โหมดหลายสี (Multichannel)
คล้ายโหมด 2 สี แต่สามารถกำหนดได้มากกว่า 1 สี
การปรับแต่งโหมดสีใน Photoshop
เราสามารถปรับเปลี่ยน Mode ที่ของภาพที่เรากำลังแก้ไขอยู่ได้ โดย
ที่เมนู Image ->เลือกเมนู Mode -> จากนั้นคลิกเลือกโหมดสีได้ตามต้องการ



